มือถือรุ่นที่รองรับบริการ
อุปกรณ์ที่รองรับบริการ
*อัตราค่าโทรไปยังเบอร์ต่างประเทศ เป็นไปตามที่ บรัษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติม คลิก
**ค่าบริการทั้งโทรออก – รับสายในต่างประเทศด้วยอัตราพิเศษ จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2569
*ไม่สามารถเลือกตั้งค่าเองได้
** สังเกตสัญลักษณ์ก่อนการใช้งานทุกครั้ง
กรณี ตั้งค่าการใช้งาน Wi-Fi calling เป็น “โทรผ่าน WiFi บน iPhone นี้” (WiFi Calling on This iPhone) อยู่แล้ว ตัวเครื่องจะจับสัญญาณ WiFi เป็นหลักโดยอัตโนมัติในพื้นที่ๆสามารถเชื่อมต่อสัญญาณ WiFi เพื่อให้คุณสามารถโทรออกหรือรับสายด้วย VoWiFi ได้
แนะนำ : ให้เปิดโหมดเครื่องบินทุกครั้ง เวลาใช้งาน Wi-Fi calling เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการใช้ Voice roaming ขณะที่ไม่ได้ใช้งาน Wi-Fi calling
* สังเกตสัญลักษณ์ก่อนการใช้งานทุกครั้ง
กรณี ตั้งค่าการใช้งาน Wi-Fi calling เป็น “WiFi Preferred” อยู่แล้วตัวเครื่องจะจับสัญญาณ WiFi เป็นหลักโดยอัตโนมัติในพื้นที่ๆสามารถเชื่อมต่อสัญญาณ WiFi เพื่อให้คุณสามารถโทรออกหรือรับสายด้วย Wi-Fi calling ได้
แนะนำ : ให้เปิดโหมดเครื่องบินทุกครั้ง เวลาใช้งาน Wi-Fi calling เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการใช้ Voice roaming ขณะที่ไม่ได้ใช้งาน Wi-Fi calling
Wi-Fi Calling คือ บริการใช้งานโทรศัพท์ทั้งโทรออก และรับสายผ่านสัญญาณ Wi-Fi เครือข่ายไหนก็ได้ทุกทีทั่วโลก เพิ่มความสะดวกในการติดต่อสื่อสารมากขึ้น ประหยัดกว่าทั้งการใช้งานในประเทศและอยู่ต่างประเทศ สามารถโทรไปยังเบอร์มือถือและเบอร์โทรศัพท์พื้นฐานจากทั่วทุกมุมโลก เสมือนอยู่เมืองไทย
ประโยชน์ของการใช้บริการ Wi-Fi Calling มี 2 กรณี
ลูกค้าจะสามารถใช้บริการ Wi-Fi Calling ได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากกดสมัคร แต่ปัจจุบันตามเกณฑ์การใช้งานที่ทาง กสทช กำกับลูกค้าในระบบรายเดือนหรือเติมเงิน หากมิได้มีการยืนยันตัวตนที่สาขามาก่อน จะไม่สามารถสมัครบริการ Wi-Fi Calling ด้วยตนเองได้
ระบบปฏิบัติการ iOS
ระบบปฏิบัติการ Android
ลูกค้าสามารถใช้บริการ Wi-Fi Calling ได้ทุกที่ทั่วโลกที่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi ได้และออกอินเตอร์เน็ตได้ด้วย
ได้สามารถใช้บริการ Wi-Fi Calling บนเครือข่ายของผู้ให้บริการรายอื่นได้ เช่น AIS Fibre, True, 3BB, TOT ตามบ้าน และสถานที่สาธารณะ โดยจะสามารถใช้งานได้ เมื่อผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อเครื่องโทรศัพท์กับ Wi-Fi hotspot เว้นแต่ผู้ให้บริการเครือข่าย Wi-Fi นั้นไม่อนุญาตให้ใช้งาน การโทรผ่าน VoIP ผ่านเครือข่ายในกรณีนี้ก็จะไม่สามารถใช้งาน Wi-Fi Calling ได้ ซึ่งรวมถึงการโทรผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ ทั้งนี้ กรุณาตรวจสอบกับผู้ให้บริการเครือข่าย Wi-Fi นั้นๆ ก่อนการใช้งาน
การใช้บริการ Wi-Fi Calling ทั้งในประเทศและต่างประเทศ :
ความเร็วของ Wi-Fi มีผลต่อคุณภาพการใช้งานการโทร Voice และ VDO call บน Wi-Fi Call ถ้าความเร็วของ Wi-Fi ณ ขณะนั้นมีความเร็วต่ำ/ช้า ก็อาจจะส่งผลทำให้คุณภาพเสียงการสนทนาติดๆขัดๆ, เสียงไม่ชัด, สายหลุด, ภาพค้าง, ภาพแตก
บริการ Wi-Fi Calling สามารถใช้งานแบบ VDO Call ได้
การยกเลิกบริการ สามารถทำได้ผ่านช่องทางเหล่านี้
คุณภาพการโทรทั้งแบบ Voice call และ VDO Call ของ Wi-Fi Calling ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสัญญาณ Wi-Fi ที่เชื่อมต่ออยู่ในขณะนั้น ถ้าคุณภาพของสัญญาณ Wi-Fi ไม่ดีก็ทำให้คุณภาพของเสียงและภาพไม่ดีสำหรับการใช้งาน Wi-Fi Hotspot ในที่สาธารณะ จำนวนผู้ใช้ใน Hotspot นั้นๆ มีผลทำให้เกิดปัญหาคุณภาพการโทรแม้ว่าจะมีความแรงของสัญญาณ Wi-Fi มากก็ตาม
การโทรด้วย Wi-Fi Call หาหมายเลขโทรด่วน (Short Number) ได้เหมือนการโทรปกติ แต่บางหมายเลขที่ต้องการข้อมูล Location อาจจะโทรไม่ได้ เช่น หมายเลข 191 และ 1669
ไม่ได้ต้องยกเลิกบริการ Call Screening ก่อน จึงจะสามารถใช้บริการ Wi-Fi Calling ได้
ผู้ใช้บริการ Wi-Fi Calling จะไม่สามารถใช้บริการ Miss Call Alert ได้(เนื่องจาก บริการ Wi-Fi Calling จะจับสัญญาณ Wi-Fi เป็นหลัก ไม่ได้จับสัญญาณเครือข่ายมือถือ โดยเฉพาะการใช้งานในต่างประเทศ และการใช้งานในประเทศในพื้นที่ที่อับสัญญาณโทรศัพท์มือถือ)
ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดการใช้งาน Wi-Fi Calling ได้ที่ myAIS
ผู้ใช้บริการ Multi SIM สามารถใช้กับบริการ Wi-Fi Calling ได้เฉพาะซิมหลักเท่านั้น
ลูกค้าที่เปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน ยังคงใช้บริการ Wi-Fi Calling ได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องสมัครบริการใหม่
การโทรด้วย Wi-Fi Calling มีความแตกต่างกับการโทรด้วยแอพพลิเคชั่น Chat ต่างๆ ดังนี้
ระบบปฏิบัติการ ANDROID การใช้บริการ Wi-Fi Calling จะแบ่งเป็น 2 ส่วน
เครื่องระบบปฏิบัติการ ANDROID จะมีสัญลักษณ์ โทรศัพท์ที่มี Wi-Fi ที่ status bar ด้านบนของโทรศัพท์
ได้ ผู้ใช้บริการสามารถใช้งาน Wi-Fi Calling ด้วย การเปิด Airplane Mode การเปิดใช้งาน Airplane Mode จะแสดงถึงการที่ผู้ใช้บริการ ไม่ต้องการใช้สัญญาณ เครือข่ายมือถือ หรือ (Mobile Network)
หากลูกค้าเปิดใช้บริการ Wi-Fi Calling บริการ AIS HD Voice (4G VoLTE) จะถูกเปิดใช้บริการด้วยโดยอัตโนมัติ แต่ทั้งนี้ การใช้งานของ AIS HD Voice และ Wi-Fi Calling บนเครื่อง จะแยกกันอยู่แล้ว
หมายเหตุ :

ข้อสังเกต :
สามารถรับ-ส่ง SMS ได้ตามปกติ ยกเว้นหากเปิดใช้งาน Airplane mode จะไม่สามารถรับส่ง MMS ได้
หมายเหตุ :
ไม่รวมหากลูกค้าใช้โปรโมชั่น Serenade Call Free IR โทรด้วย Wi-Fi Calling หาเบอร์ AIS Call Center ขณะอยู่ต่างประเทศ ลูกค้าจะถูกคิดค่าบริการตามอัตราแพ็กเกจ (ในประเทศ) ปัจจุบันของลูกค้า
หากลูกค้าที่ใช้โปรโมชั่นประเภท Home Zone (คิดอัตราค่าโทรพิเศษสำหรับการโทรเฉพาะพื้นที่ เช่น เฉพาะภาคเหนือ) โทรด้วย Wi-Fi Calling ค่าบริการจากการโทร Wi-Fi Calling ในพื้นที่พิเศษ จะไม่รวมอยู่ในโปรโมชั่น Home Zone ของลูกค้า
ยกตัวอย่าง :
หมายเหตุ :
ผู้ใช้บริการ Wi-Fi Calling ขณะอยู่ต่างประเทศ จะต้องเชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi ของเครือข่ายมือถือ หรือเครือข่าย Wi-Fi ตามสถานที่ที่ผู้ใช้บริการพักอาศัยภายในประเทศนั้นๆ เว้นแต่ผู้ให้บริการเครือข่าย Wi-Fi นั้นมีการตั้งค่าที่ทำให้ไม่สามารถใช้ Wi-Fi Calling ได้ หรือประเทศที่มีกฎหมายไม่ให้ใช้งานโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต (VoIP) เช่น จีน เป็นต้น
โดยการใช้งานในต่างประเทศควรเปิด Airplane mode ไว้เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการจับใช้งาน Voice Roaming
การโทรออก
วิธีการโทรออกบน Wi-Fi Calling ภายในประเทศ :
*การโทรออกเบอร์ต่างประเทศ สำหรับบริการ Wi-Fi calling ลูกค้าจะถูกชาร์จด้วยอัตราค่าโทรของ IDD เหมือนกับการโทรออกตามปกติ
วิธีการโทรออกด้วย Wi-Fi Calling ในต่างประเทศ :
(การโทรออกเมื่อใช้งานในต่างประเทศด้วย Wi-Fi Calling จะเทียบเท่ากับการใช้งาน Wi-Fi Calling ในประเทศ เสมือนกับลูกค้าใช้งานอยู่ในไทย)
*การโทรออกเบอร์ต่างประเทศ สำหรับบริการ Wi-Fi calling ลูกค้าจะถูกชาร์จด้วยอัตราค่าโทรของ IDD เหมือนกับการโทรออกตามปกติ
การรับสาย
การรับสายสามารถรับสายได้โดยปกติ และไม่เสียค่าบริการกรณีรับสายในต่างประเทศ (ไม่คิดค่าบริการในการรับสายด้วยบริการ Wi-Fi Calling ขณะอยู่ต่างประเทศ)
หมายเหตุ :
บริษัทขอสงวนสิทธิ์การปรับเปลี่ยนอัตราค่าโทรและรับสายของบริการ Wi-Fi calling ตามที่บริษัทกำหนด โดยไม่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า แต่จะระบุไว้อย่างชัดเจนในเว็บไซต์ทางการ
ถ้าปลายทางเครื่องไม่รองรับการโทรแบบ VDO call การโทรจะถูกเปลี่ยนให้เป็น Voice call อัตโนมัติ โดยไม่มีการแจ้งเตือน
คุณภาพการใช้งานจะขึ้นอยู่กับการจับสัญญาณของ Wi-Fi Network ในขณะนั้นในขณะที่ใช้สายอยู่ มือถือสามารถจับสัญญาณ Wi-Fi ได้ ขณะกำลังสนทนา ด้วยบริการ Wi-Fi Calling และมีการเคลื่อนที่ออกจากสัญญาณ Wi-Fi นั้น จะทำให้สายหลุดทันที**
**แต่ในบางกรณีกับเครื่องบางรุ่น สายสนทนาอาจจะไม่หลุดและมีการย้ายไปใช้การโทรแบบ cellular แทน ดังนั้นลูกค้าพึงระวังการใช้งานโดยไม่แนะนำให้โทรหรือรับสายห่างจากสัญญาณ Wi-Fi เพื่อป้องกันปัญหาการถูกคิดด้วยอัตรา international roaming แทน
ส่งผลทำให้สายหลุด
การปิดอินเทอร์เน็ต (*129*1#) จะไม่ส่งผลต่อการใช้บริการ Wi-Fi Calling แต่อย่างใดผู้ใช้บริการจะยังคงสามารถใช้งาน Voice Call และ Video Call บน Wi-Fi Calling ได้ตามปกติ
ลูกค้าจะไม่สามารถใช้งาน Wi-Fi Calling ได้
สามารถทำได้โดยไม่จำกัดรุ่นและแบรนด์ แต่ให้คำนึงเสมอว่า เครื่องที่จับ Wi-Fi Hotspot ใช้งานเป็น Wi-Fi Calling จะต้องไม่หลุดไปใช้งาน Voice roaming โดยให้สังเกตจากสัญลักษณ์ AIS Wi-Fi Calling หรือ Wi-Fi Calling เป็นสำคัญ