จุดเด่นของ AIS Wi-Fi Calling

สมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งาน

มือถือรุ่นที่รองรับบริการ

อุปกรณ์ที่รองรับบริการ

พื้นที่ให้บริการ

อัตราค่าบริการ

*อัตราค่าโทรไปยังเบอร์ต่างประเทศ เป็นไปตามที่ บรัษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติม คลิก

**ค่าบริการทั้งโทรออก – รับสายในต่างประเทศด้วยอัตราพิเศษ จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2569

วิธีการตั้งค่าการใช้งาน Wi-Fi calling

การใช้งาน Wi-Fi calling

*อัตราค่าโทรไปยังเบอร์ต่างประเทศ เป็นไปตามที่ บรัษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติม คลิก

ในประเทศ

  1. ปิด Airplane Mode ในพื้นที่ที่มีสัญญาณ WiFi
  2. ใช้สำหรับพื้นที่ที่สัญญาณโทรศัพท์อ่อน เครื่องจะเปลี่ยนเป็น การใช้งาน Wi-Fi calling อัตโนมัติ

*ไม่สามารถเลือกตั้งค่าเองได้
** สังเกตสัญลักษณ์ก่อนการใช้งานทุกครั้ง

ต่างประเทศ

กรณี ตั้งค่าการใช้งาน Wi-Fi calling เป็น “โทรผ่าน WiFi บน iPhone นี้” (WiFi Calling on This iPhone) อยู่แล้ว ตัวเครื่องจะจับสัญญาณ WiFi เป็นหลักโดยอัตโนมัติในพื้นที่ๆสามารถเชื่อมต่อสัญญาณ WiFi เพื่อให้คุณสามารถโทรออกหรือรับสายด้วย VoWiFi ได้

 

แนะนำ : ให้เปิดโหมดเครื่องบินทุกครั้ง เวลาใช้งาน Wi-Fi calling เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการใช้ Voice roaming ขณะที่ไม่ได้ใช้งาน Wi-Fi calling

ในประเทศ

  1. เมื่อต้องการใช้งาน Wi-Fi calling สามารถเปลี่ยนการตั้งค่าให้เป็น " WiFi Preferred" ที่
    เมนูตั้งค่า > WiFi Calling > เลือก On ตรงแถบ Preference
  2. เมื่ออยู่ในพื้นที่ที่สัญญาณโทรศัพท์อ่อน เครื่องจะเปลี่ยนเป็นการใช้งาน Wi-Fi calling โดยอัตโนมัติ

* สังเกตสัญลักษณ์ก่อนการใช้งานทุกครั้ง

ต่างประเทศ

กรณี ตั้งค่าการใช้งาน Wi-Fi calling เป็น “WiFi Preferred” อยู่แล้วตัวเครื่องจะจับสัญญาณ WiFi เป็นหลักโดยอัตโนมัติในพื้นที่ๆสามารถเชื่อมต่อสัญญาณ WiFi เพื่อให้คุณสามารถโทรออกหรือรับสายด้วย Wi-Fi calling ได้

 

แนะนำ : ให้เปิดโหมดเครื่องบินทุกครั้ง เวลาใช้งาน Wi-Fi calling เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการใช้ Voice roaming ขณะที่ไม่ได้ใช้งาน Wi-Fi calling

**ขณะที่มีการใช้งาน VoWiFi ผ่านสัญญาณ WiFi หากมีการเคลื่อนที่ออกนอกบริเวณที่มีสัญญาณ WiFi ส่งผลให้สายหลุดทันที**

  1. การใช้บริการ Wi-Fi calling ทั้งในประเทศและต่างประเทศ :
    • ต้อง Connect WiFi Network (ของค่ายไหนก็ได้)
    • ต้อง enable function “WiFi Calling” ในเมนู Setting
    • สังเกตสัญลักษณ์ของบริการ Wi-Fi calling ขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือทุกครั้งก่อนการใช้บริการ
  2. สามารถโทรไปต่างประเทศได้ ทั้งในขณะใช้งานในประเทศและขณะใช้งานอยู่ต่างประเทศ โดยคิดอัตราเสมือนโทรทางไกลจากประเทศไทยไปต่างประเทศ
  3. สามารถโทรหาเบอร์พิเศษ (Special Numbers) เช่น 1900xxx, 1800xxx, AIS Call Center 1175, 1148, 1149, Voice Mail (*99) และ 191 โดยจะคิดค่าบริการตามอัตราค่าโทรในประเทศหรือแพ็กเกจ (ในประเทศ) ป้จจุบันของลุกค้า ทั้งนี้ หากต้องการโทรหาเบอร์พิเศษ (Special Numbers) ที่เป็นเบอร์ของต่างประเทศ จำเป็นจะต้องปิดสัญญาณ WiFi ก่อน และโทรผ่านสัญญาณมือถือตามปกติ (IR Roaming) จึงจะสามารถโทรได้ โดยจะคิดค่าบริการตามอัตราการโทร International Roaming
  4. ตรวจสอบการใช้งานในแพ็กเกจทาง myAIS > แพ็กเกจ > แพ็กเกจของฉัน > ดูรายละเอียด
  5. การใช้บริการ Wi-Fi calling จะขึ้นอยู่กับการจับสัญญาณของมือถือในขณะนั้น
    • ในขณะที่ใช้สายอยู่มือถือสามารถจับสัญญาณ WiFi เมื่อใช้งานการโทรผ่าน WiFi และเคลื่อนที่ออกจากสัญญาณ WiFi นั้นจะทำให้สายหลุดทันที
  6. คุณภาพการโทรทั้งแบบ Voice call และ VDO Call ของ Wi-Fi calling ขึ้นอยู่กับคุณภาพสัญญาณ WiFi ที่กำลังเชื่อมต่อ ถ้าคุณภาพของสัญญาณ WiFi ไม่ดีก็ทำให้คุณภาพของเสียงและภาพไม่ดีเช่นกัน
  7. กรุณาตรวจสอบว่ามีสัญลักษณ์ของบริการ Wi-Fi calling แสดงที่หน้าจอโทรศัพท์ก่อนทำการโทรออกหรือรับสาย AIS จะไม่รับผิดชอบใดๆต่อค่าใช้จ่ายโทรศัพท์ระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นจากการเชื่อมต่อสัญญาณโทรศัพท์กับผู้ให้บริการรายอื่นในประเทศนั้นๆ

คำถามที่พบบ่อย


Icon

Wi-Fi Calling คือ บริการใช้งานโทรศัพท์ทั้งโทรออก และรับสายผ่านสัญญาณ Wi-Fi เครือข่ายไหนก็ได้ทุกทีทั่วโลก เพิ่มความสะดวกในการติดต่อสื่อสารมากขึ้น ประหยัดกว่าทั้งการใช้งานในประเทศและอยู่ต่างประเทศ สามารถโทรไปยังเบอร์มือถือและเบอร์โทรศัพท์พื้นฐานจากทั่วทุกมุมโลก เสมือนอยู่เมืองไทย


Icon

ประโยชน์ของการใช้บริการ Wi-Fi Calling มี 2 กรณี

  1. การใช้งานในต่างประเทศ : สามารถโทรออกหรือรับสายเมื่ออยู่ต่างประเทศได้ด้วยสัญญาณ Wi-Fi ทุกที่ทั่วโลก เสมือนใช้งานอยู่ในเมืองไทย (คิดค่าบริการตามแพ็กเกจค่าโทรในประเทศที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน หรือ ด้วยอัตราพิเศษ)
  2. การใช้งานในประเทศ : ช่วยให้ไม่พลาดการติดต่อสื่อสารในพื้นที่มีสัญญาณโทรศัพท์อ่อน สามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้ ผ่านเครือข่าย Wi-Fi อย่างต่อเนื่อง เช่น ตามตึกสูง, คอนโดสูง เป็นต้น (คิดค่าบริการตามแพ็กเกจ ค่าโทรในประเทศที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน)


Icon
  1. ตรวจสอบรุ่นมือถือว่ารองรับการใช้บริการนี้หรือไม่
  2. กรณีใช้งานโทรศัพท์ iPhone
    • กดสมัครบริการ *399*1# (เครื่องหมายโทรออก) หรือผ่าน https://m.ais.co.th/ApplyAISVoWiFi
    • อัพเดทระบบปฏิบัติการ iOS เป็น version 9.3 ขึ้นไป
    • เมื่อสัญญาณโทรศัพท์อ่อน เปิดใช้งาน Wi-Fi Calling ได้จากเมนูการตั้งค่า (Setting) > โทรศัพท์ (Phone) > Wi-Fi Calling on This iPhone
  3. กรณีใช้โทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ ANDROID
    • อัพเดทเครื่องให้เป็น Firmware ล่าสุดที่รองรับการใช้งาน Wi-Fi Calling
    • กดสมัครบริการ *399*1# (เครื่องหมายโทรออก) หรือผ่าน https://m.ais.co.th/ApplyAISVoWiFi
    • เปิดใช้งาน Wi-Fi Calling ได้จากเมนู การตั้งค่า (Setting) > เลือก Wi-Fi Calling > เปิด (On)


Icon

ลูกค้าจะสามารถใช้บริการ Wi-Fi Calling ได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากกดสมัคร แต่ปัจจุบันตามเกณฑ์การใช้งานที่ทาง กสทช กำกับลูกค้าในระบบรายเดือนหรือเติมเงิน หากมิได้มีการยืนยันตัวตนที่สาขามาก่อน จะไม่สามารถสมัครบริการ Wi-Fi Calling ด้วยตนเองได้


Icon

ระบบปฏิบัติการ iOS

  • อัพเดทระบบปฏิบัติการ iOS เป็นเวอร์ชัน 9.3 ขึ้นไป
  • อัพเดท Carrier Bundle เป็นเวอร์ชันล่าสุด
  • เปิดใช้งาน Wi-Fi Calling ได้จากเมนู Settings > Phone > Wi-Fi Calling on This iPhone
  • สังเกตสัญลักษณ์ของบริการ Wi-Fi Calling บนตัวเครื่องก่อนใช้งานทุกครั้ง
  • พร้อมใช้งาน ไม่ว่าจะโทรออกหรือรับสาย

 

ระบบปฏิบัติการ Android

  • ตรวจสอบว่ามือถือรองรับการใช้งาน Wi-Fi Calling และอัพเดทเครื่องให้เป็น Firmware ล่าสุดที่รองรับการใช้งาน Wi-Fi Calling
  • สมัครใช้งาน Wi-Fi Calling โดยกด *399*1# แล้วโทรออก
  • เปิดใช้งาน Wi-Fi Calling บนตัวเครื่อง
  • เชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi (เครือข่ายใดก็ได้)
  • สังเกตสัญลักษณ์ของบริการ Wi-Fi Calling บนตัวเครื่องก่อนใช้งานทุกครั้ง
  • พร้อมใช้งาน ไม่ว่าจะโทรออกหรือรับสาย


Icon

ลูกค้าสามารถใช้บริการ Wi-Fi Calling ได้ทุกที่ทั่วโลกที่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi ได้และออกอินเตอร์เน็ตได้ด้วย


Icon

ได้สามารถใช้บริการ Wi-Fi Calling บนเครือข่ายของผู้ให้บริการรายอื่นได้ เช่น AIS Fibre, True, 3BB, TOT ตามบ้าน และสถานที่สาธารณะ โดยจะสามารถใช้งานได้ เมื่อผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อเครื่องโทรศัพท์กับ Wi-Fi hotspot เว้นแต่ผู้ให้บริการเครือข่าย Wi-Fi นั้นไม่อนุญาตให้ใช้งาน การโทรผ่าน VoIP ผ่านเครือข่ายในกรณีนี้ก็จะไม่สามารถใช้งาน Wi-Fi Calling ได้ ซึ่งรวมถึงการโทรผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ ทั้งนี้ กรุณาตรวจสอบกับผู้ให้บริการเครือข่าย Wi-Fi นั้นๆ ก่อนการใช้งาน


Icon

การใช้บริการ Wi-Fi Calling ทั้งในประเทศและต่างประเทศ :

  • จะต้องใช้สัญญาณ Wi-Fi (ของค่ายไหนก็ได้)
  • จะต้องเปิดใช้งาน “Wi-Fi Calling” ในเมนู Setting
  • จะต้องสังเกตสัญลักษณ์ของบริการ Wi-Fi Calling ขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือทุกครั้งก่อนการใช้บริการ
    • โทรศัพท์ iPhone จะแสดงสัญลักษณ์ AIS Wi-Fi Call ที่ status bar ด้านบนของโทรศัพท์
    • โทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ Android จะแสดงสัญลักษณ์ โทรศัพท์ที่มี Wi-Fi ที่ status bar ด้านบนของโทรศัพท์


Icon

ความเร็วของ Wi-Fi มีผลต่อคุณภาพการใช้งานการโทร Voice และ VDO call บน Wi-Fi Call ถ้าความเร็วของ Wi-Fi ณ ขณะนั้นมีความเร็วต่ำ/ช้า ก็อาจจะส่งผลทำให้คุณภาพเสียงการสนทนาติดๆขัดๆ, เสียงไม่ชัด, สายหลุด, ภาพค้าง, ภาพแตก


Icon

บริการ Wi-Fi Calling สามารถใช้งานแบบ VDO Call ได้


Icon

การยกเลิกบริการ สามารถทำได้ผ่านช่องทางเหล่านี้

  • โดยการกด *399*2#


Icon

คุณภาพการโทรทั้งแบบ Voice call และ VDO Call ของ Wi-Fi Calling ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสัญญาณ Wi-Fi ที่เชื่อมต่ออยู่ในขณะนั้น ถ้าคุณภาพของสัญญาณ Wi-Fi ไม่ดีก็ทำให้คุณภาพของเสียงและภาพไม่ดีสำหรับการใช้งาน Wi-Fi Hotspot ในที่สาธารณะ จำนวนผู้ใช้ใน Hotspot นั้นๆ มีผลทำให้เกิดปัญหาคุณภาพการโทรแม้ว่าจะมีความแรงของสัญญาณ Wi-Fi มากก็ตาม


Icon
  • Wi-Fi Calling แบบ VDO call จะไม่สามารถใช้งาน VDO Conference ได้
  • Wi-Fi Calling แบบ VDO call จะไม่สามารถทำ call Forward ได้


Icon

การโทรด้วย Wi-Fi Call หาหมายเลขโทรด่วน (Short Number) ได้เหมือนการโทรปกติ แต่บางหมายเลขที่ต้องการข้อมูล Location อาจจะโทรไม่ได้ เช่น หมายเลข 191 และ 1669


Icon

ไม่ได้ต้องยกเลิกบริการ Call Screening ก่อน จึงจะสามารถใช้บริการ Wi-Fi Calling ได้


Icon

ผู้ใช้บริการ Wi-Fi Calling จะไม่สามารถใช้บริการ Miss Call Alert ได้(เนื่องจาก บริการ Wi-Fi Calling จะจับสัญญาณ Wi-Fi เป็นหลัก ไม่ได้จับสัญญาณเครือข่ายมือถือ โดยเฉพาะการใช้งานในต่างประเทศ และการใช้งานในประเทศในพื้นที่ที่อับสัญญาณโทรศัพท์มือถือ)


Icon

ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดการใช้งาน Wi-Fi Calling ได้ที่ myAIS 


Icon

ผู้ใช้บริการ Multi SIM สามารถใช้กับบริการ Wi-Fi Calling ได้เฉพาะซิมหลักเท่านั้น


Icon

ลูกค้าที่เปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน ยังคงใช้บริการ Wi-Fi Calling ได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องสมัครบริการใหม่


Icon

การโทรด้วย Wi-Fi Calling มีความแตกต่างกับการโทรด้วยแอพพลิเคชั่น Chat ต่างๆ ดังนี้

  1. การโทรด้วย Wi-Fi Calling สามารถโทรออกได้เหมือนการใช้งานโทรออกปกติ ไม่ต้องดาวน์โหลดแอพลิเคชั่น
  2. เลขหมายปลายทาง ไม่จำเป็นต้องมีบริการ Wi-Fi Calling ก็สามารถรับสายได้
  3. การโทรออกด้วยแอพลิเคชั่น Chat ต่างๆ ทั้งผู้ใช้บริการ, เลขหมายปลายทาง ต้องลงแอพลิเคชั่นนั้นด้วย จึงจะสามารถใช้งานได้สมบูรณ์


Icon

ระบบปฏิบัติการ ANDROID การใช้บริการ Wi-Fi Calling จะแบ่งเป็น 2 ส่วน

  1. การใช้งานในประเทศ (ทั้งโทรออก และรับสาย)
    • ตัวเครื่องจะถูกตั้งค่าให้ใช้งานบนเครือข่ายมือถือเป็นหลัก (Mobile Network Preferred) แต่หากอยู่ในบริเวณที่สัญญาณโทรศัพท์อ่อน ตัวเครื่องจะเปลี่ยน เป็นการใช้งาน Wi-Fi Calling แทน
    • แต่หากลูกค้าต้องการเปลียนเป็น “Wi-Fi Preferred” เพื่อการใช้บริการนี้ในพื้นที่ที่อับสัญญาณโทรศัพท์โดยเฉพาะ ก็สามารถเข้าไปเปลี่ยนการตั้งค่าให้เป็น “Wi-Fi Preferred” ได้ที่เมนู Setting > Wi-Fi Calling> เลือก “Wi-Fi Preferred”
  2. การใช้งานในต่างประเทศ (ทั้งโทรออกและรับสาย)
    • ตัวเครื่องจะถูกตั้งค่าให้ใช้งาน Wi-Fi Calling (Wi-Fi Preferred) เป็นหลัก โดยลูกค้าจะต้องเข้าไปเปลี่ยนการตั้งค่าเครื่องเป็น “Wi-Fi Preferred” ที่เมนู Setting > Wi-Fi Calling > เลือก Wi-Fi Preferred ระบบจะจับสัญญาณ Wi-Fiอัตโนมัติในพื้นที่ที่มีสัญญาณ Wi-Fi การใช้งานก็จะเป็นการโทรออก / รับสายด้วยสัญญาณ Wi-Fi(Wi-Fi Calling) โดยอัตโนมัติ


Icon

เครื่องระบบปฏิบัติการ ANDROID จะมีสัญลักษณ์ โทรศัพท์ที่มี Wi-Fi ที่ status bar ด้านบนของโทรศัพท์ 


Icon

ได้ ผู้ใช้บริการสามารถใช้งาน Wi-Fi Calling ด้วย การเปิด Airplane Mode การเปิดใช้งาน Airplane Mode จะแสดงถึงการที่ผู้ใช้บริการ ไม่ต้องการใช้สัญญาณ เครือข่ายมือถือ หรือ (Mobile Network)


Icon
  1. เปิด “Airplane Mode”
  2. เปิดใช้เมนู “WiFi Calling” ที่ตัวเครื่อง
  3. จะมีสัญลํกษณ์ของบริการ Wi-Fi Calling ขึ้นที่หน้าจอ
  4. พร้อมใช้งาน Wi-Fi Calling


Icon

หากลูกค้าเปิดใช้บริการ Wi-Fi Calling บริการ AIS HD Voice (4G VoLTE) จะถูกเปิดใช้บริการด้วยโดยอัตโนมัติ แต่ทั้งนี้ การใช้งานของ AIS HD Voice และ Wi-Fi Calling บนเครื่อง จะแยกกันอยู่แล้ว

 

หมายเหตุ :

  • กรณีที่ลูกค้าเปิดบริการ Wi-Fi Calling จะสามารถใช้งานได้ ทั้ง AIS HD Voice และ Wi-Fi Calling
  • กรณีที่ลูกค้าเปิดบริการ AIS HD Voice เพียงอย่างเดียว จะสามารถใช้งาน AIS HD Voice ได้เพียงอย่างเดียว


Icon

 

ข้อสังเกต :

  • กรุณาตรวจสอบว่ามีสัญลักษณ์ของบริการ Wi-Fi Calling แสดงที่หน้าจอโทรศัพท์ก่อนทำการโทรออกหรือรับสาย
  • AIS จะไม่รับผิดชอบใดๆต่อค่าใช้จ่ายโทรศัพท์ระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นจาก การเชื่อมต่อสัญญาณโทรศัพท์กับผู้ให้บริการรายอื่นในประเทศนั้น ๆ
  • กรณีที่ใช้บริการ Wi-Fi Calling แล้วไม่ได้โทรหาเบอร์ประเทศไทย โดยโทรออกหาเบอร์ปลายทางต่างประเทศ ลูกค้าจะถูกชาร์จด้วยอัตราค่าโทรของ IDD เหมือนกับการโทรออกตามปกติ
  • ในใช้งานในต่างประเทศควรเปิด Airplane mode ไว้เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการจับใช้งาน Voice Roaming


Icon

สามารถรับ-ส่ง SMS ได้ตามปกติ ยกเว้นหากเปิดใช้งาน Airplane mode จะไม่สามารถรับส่ง MMS ได้

  • ค่าบริการในการส่งข้อความ SMS ผ่านบริการ Wi-Fi Calling ขณะอยู่ในประเทศ หรือ ต่างประเทศ จะคิดค่าบริการตามอัตราแพ็กเกจ (ในประเทศ) ปัจจุบันของลูกค้า

 

หมายเหตุ :

  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์การปรับเปลี่ยนอัตราค่า SMS ส่งออกของบริการ Wi-Fi calling ตามที่บริษัทกำหนด โดยไม่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า แต่จะระบุไว้อย่างชัดเจนในเว็บไซต์ทางการ


Icon

ไม่รวมหากลูกค้าใช้โปรโมชั่น Serenade Call Free IR โทรด้วย Wi-Fi Calling หาเบอร์ AIS Call Center ขณะอยู่ต่างประเทศ ลูกค้าจะถูกคิดค่าบริการตามอัตราแพ็กเกจ (ในประเทศ) ปัจจุบันของลูกค้า


Icon

หากลูกค้าที่ใช้โปรโมชั่นประเภท Home Zone (คิดอัตราค่าโทรพิเศษสำหรับการโทรเฉพาะพื้นที่ เช่น เฉพาะภาคเหนือ) โทรด้วย Wi-Fi Calling ค่าบริการจากการโทร Wi-Fi Calling ในพื้นที่พิเศษ จะไม่รวมอยู่ในโปรโมชั่น Home Zone ของลูกค้า

 

ยกตัวอย่าง :

  • ลูกค้าใช้ซิมชาวเหนือ โทรในพี้นที่จังหวัดในภาคเหนือ คิดนาทีละ 25 สต. โทรนอกพื้นที่นาทีละ 1 บ. หากลูกค้ารายนี้ โทรด้วย Wi-Fi Calling ในจังหวัดเชียงใหม่ การโทร Wi-Fi Calling ครั้งนี้ จะไม่รวมอยู่ในโปรโมชั่นการโทรในพืนที่ เนื่องจากระบบจะมองการใช้บริการ Wi-Fi Calling เป็นการโทรออกจากกรุงเทพฯ ลูกค้าก็จะถูกคิดค่าบริการ เป็นการโทรนอกพื้นที่ นาทีละ 1 บ.

หมายเหตุ :

  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์การปรับเปลี่ยนอัตราค่าโทรและรับสายของบริการ Wi-Fi calling ตามที่บริษัทกำหนด โดยไม่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า แต่จะระบุไว้อย่างชัดเจนในเว็บไซต์ทางการ


Icon

ผู้ใช้บริการ Wi-Fi Calling ขณะอยู่ต่างประเทศ จะต้องเชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi ของเครือข่ายมือถือ หรือเครือข่าย Wi-Fi ตามสถานที่ที่ผู้ใช้บริการพักอาศัยภายในประเทศนั้นๆ เว้นแต่ผู้ให้บริการเครือข่าย Wi-Fi นั้นมีการตั้งค่าที่ทำให้ไม่สามารถใช้ Wi-Fi Calling ได้ หรือประเทศที่มีกฎหมายไม่ให้ใช้งานโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต (VoIP) เช่น จีน เป็นต้น

โดยการใช้งานในต่างประเทศควรเปิด Airplane mode ไว้เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการจับใช้งาน Voice Roaming


Icon

การโทรออก

วิธีการโทรออกบน Wi-Fi Calling ภายในประเทศ :

  1. การโทรออกหาเบอร์ไทย สามารถกดเบอร์โทรศัพท์ได้ทันที เหมือนการโทรผ่านสัญญาณมือถือตามปกติ
  2. การโทรออกหาเบอร์ปลายทางต่างประเทศ* สามารถโทรออกด้วย Wi-Fi Calling ได้เช่นกัน โดยการกดรหัสโทรทางไกลต่างประเทศ ตามด้วยรหัสประเทศ และเบอร์ปลายทาง (IDD Service รหัสโทรทางไกลต่างประเทศ ได้แก่ 001,009,005,00500,003 และ “+” ) หรือสามารถกด + ตามด้วยรหัสประเทศ  ตามด้วยเบอร์ปลายทางสำหรับการโทรไปต่างประเทศแบบปกติ
    • ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้า AIS ใช้งาน Wi-Fi Calling ภายในประเทศไทย และต้องการโทรไปยังเบอร์ปลายทางประเทศญี่ปุ่นด้วยการกด “00381xxxxxxxx” (81 คือ รหัสประเทศญี่ปุ่น และลูกค้าเลือกใช้รหัส 003)

 *การโทรออกเบอร์ต่างประเทศ สำหรับบริการ Wi-Fi calling ลูกค้าจะถูกชาร์จด้วยอัตราค่าโทรของ IDD เหมือนกับการโทรออกตามปกติ

 

วิธีการโทรออกด้วย Wi-Fi Calling ในต่างประเทศ :

(การโทรออกเมื่อใช้งานในต่างประเทศด้วย Wi-Fi Calling จะเทียบเท่ากับการใช้งาน Wi-Fi Calling ในประเทศ เสมือนกับลูกค้าใช้งานอยู่ในไทย)

  1. 1. การโทรกลับไปเบอร์ปลายทางที่เป็นเบอร์ไทย สามารถกดเบอร์โทรศัพท์ได้ทันที โดยไม่ต้องกดรหัสประเทศ คิดค่าบริการ เช่นเดียวกับการโทรภายในประเทศตาม แพ็กเกจปัจจุบัน
  2. การโทรออกหาเบอร์ปลายทางต่างประเทศ* สามารถโทรออกด้วย Wi-Fi Calling ได้เช่นกัน โดยการกดรหัสโทรทางไกลต่างประเทศ ตามด้วยรหัสประเทศ และเบอร์ปลายทาง (IDD Service รหัสโทรทางไกลต่างประเทศ ได้แก่ 001,009,005,00500,003 และ “+” ) หรือสามารถกด + ตามด้วยรหัสประเทศ  ตามด้วยเบอร์ปลายทาง เช่น ลูกค้า AIS ที่ใช้งาน Wi-Fi Calling ในขณะที่อยู่ในประเทศสิงคโปร์ และโทรไปยังเบอร์ปลายทางของประเทศสิงคโปร์ ด้วยการกด “+65xxxxxxx” (65 คือ รหัสประเทศสิงคโปร์)

 *การโทรออกเบอร์ต่างประเทศ สำหรับบริการ Wi-Fi calling ลูกค้าจะถูกชาร์จด้วยอัตราค่าโทรของ IDD เหมือนกับการโทรออกตามปกติ

 

การรับสาย

การรับสายสามารถรับสายได้โดยปกติ และไม่เสียค่าบริการกรณีรับสายในต่างประเทศ (ไม่คิดค่าบริการในการรับสายด้วยบริการ Wi-Fi Calling ขณะอยู่ต่างประเทศ)

 

หมายเหตุ :

บริษัทขอสงวนสิทธิ์การปรับเปลี่ยนอัตราค่าโทรและรับสายของบริการ Wi-Fi calling ตามที่บริษัทกำหนด โดยไม่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า แต่จะระบุไว้อย่างชัดเจนในเว็บไซต์ทางการ


Icon

ถ้าปลายทางเครื่องไม่รองรับการโทรแบบ VDO call การโทรจะถูกเปลี่ยนให้เป็น Voice call อัตโนมัติ โดยไม่มีการแจ้งเตือน


Icon

คุณภาพการใช้งานจะขึ้นอยู่กับการจับสัญญาณของ Wi-Fi Network ในขณะนั้นในขณะที่ใช้สายอยู่ มือถือสามารถจับสัญญาณ Wi-Fi ได้ ขณะกำลังสนทนา ด้วยบริการ Wi-Fi Calling และมีการเคลื่อนที่ออกจากสัญญาณ Wi-Fi นั้น จะทำให้สายหลุดทันที**

**แต่ในบางกรณีกับเครื่องบางรุ่น สายสนทนาอาจจะไม่หลุดและมีการย้ายไปใช้การโทรแบบ cellular แทน ดังนั้นลูกค้าพึงระวังการใช้งานโดยไม่แนะนำให้โทรหรือรับสายห่างจากสัญญาณ Wi-Fi เพื่อป้องกันปัญหาการถูกคิดด้วยอัตรา international roaming แทน


Icon

ส่งผลทำให้สายหลุด


Icon

การปิดอินเทอร์เน็ต (*129*1#) จะไม่ส่งผลต่อการใช้บริการ Wi-Fi Calling แต่อย่างใดผู้ใช้บริการจะยังคงสามารถใช้งาน Voice Call และ Video Call บน Wi-Fi Calling ได้ตามปกติ


Icon

ลูกค้าจะไม่สามารถใช้งาน Wi-Fi Calling ได้


Icon

สามารถทำได้โดยไม่จำกัดรุ่นและแบรนด์ แต่ให้คำนึงเสมอว่า เครื่องที่จับ Wi-Fi Hotspot ใช้งานเป็น Wi-Fi Calling จะต้องไม่หลุดไปใช้งาน Voice roaming โดยให้สังเกตจากสัญลักษณ์ AIS Wi-Fi Calling หรือ Wi-Fi Calling เป็นสำคัญ