เจาะลึก! eSIM vs ซิมท้องถิ่น vs โรมมิ่ง
ออกทริปเมืองนอกหลายประเทศเลือกแบบไหนดีที่สุด?

 

ออกทริปเมืองนอกใช้ eSIM แบบ AIS eSIM2Fly คุ้มที่สุดสำหรับคนเที่ยวหลายประเทศ เพราะเชื่อมสัญญาณตรงกับผู้ให้บริการสัญญาณชั้นนำใน 180 ประเทศ ความเร็วสูงสุด 5G มีราคาถูกกว่าโรมมิ่งทั่วไป และไม่ต้องสลับซิม ส่วนซิมท้องถิ่นนั้นเหมาะถ้าเที่ยวประเทศเดียวและไม่ต้องรับ OTP จากเบอร์ไทย 

 

สรุป:  AIS eSIM2Fly เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเที่ยวต่างประเทศ ด้วยเน็ตความเร็ว 5G ที่รองรับการใช้งานทั่วโลก ติดตั้งง่าย และสัญญาณดีจากการเชื่อมต่อสัญญาณของพาร์ทเนอร์ที่เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลก

การใช้อินเทอร์เน็ตที่ต่างประเทศนิยมใช้ eSIM, ซิมท้องถิ่น และ อินเทอร์เน็ตโรมมิ่ง ซึ่งแต่ละแบบก็มีคุณสมบัติที่ต่างกันออกไป

คุณสมบัติหลัก ๆ ของซิมแต่ละประเภท

eSIM: ไม่ต้องแกะเครื่องเพื่อเปลี่ยนซิม, ความเร็วสูง 5G, มีแพ็กเกจให้เลือกหลายแบบ, ใช้งานซ้ำได้ 
ซิมท้องถิ่น: ต้องแกะเครื่องเพื่อเปลี่ยนซิม, ความเร็วจำกัด, แพ็กเกจมีให้เลือกน้อย 
โรมมิ่ง: ใช้เบอร์เดิม, ความเร็วสูง 5G

 

ขั้นตอน เลือกซิมเน็ตให้เหมาะกับทริป

1. นับว่าจะไปกี่ประเทศ:  

เช่น 1 ประเทศ ก็สามารใช้ → eSIM โรมมิ่ง (เช่น AIS eSIM2Fly) ได้เลย 

2. ต้องการรับ OTP จากเบอร์ไทยมั้ย: ถ้าต้องรับ → eSIM โรมมิ่ง (เพราะใช้ซิมคู่กับซิมเดิมได้) / ไม่ต้องรับ → ซิมท้องถิ่น  

3. คำนวณเน็ตที่ต้องใช้ต่อวัน: ไปกี่วัน → แต่ละวันจะใช้เน็ตเท่าไหร่ เช่น น้อยกว่า 1GB/วัน หรือ มากกว่า 3GB/วัน → เลือกประเภทซิมที่มีแพ็กเกจรองรับ 

4. เลือกแพ็กเกจตามงบ: เปิดแอป myAIS หรือ AIS Online Store แล้วกดสมัคร → ติดตั้งก่อนบิน 1-2 วัน 

เปรียบเทียบคุณสมบัติของ AIS eSIM2Fly, แพ็กเกจโรมมิ่ง และ ซิมท้องถิ่น

ประเภทของเน็ตต่างประเทศ AIS eSIM2Fly แพ็กเกจโรมมิ่ง ซิมท้องถิ่น
การสมัครแพ็กเกจ ไม่ต้องใช้ AIS ก็สมัครแพ็กเกจที่ต้องการได้ ต้องสมัครแพ็กเกจตามเครือข่ายที่ใช้ มีแพ็กเกจให้เลือกจำกัด
ราคา ราคาถูกกว่าโรมมิ่ง ราคาสูงกว่า ราคาถูก
ความเร็ว 5G 5G จำกัดความเร็ว
ประเทศของซิม eSIM ที่ติดตั้งลงเครื่อง ใช้ซิมเดิม ซิมแบบเข็ง
การเปลี่ยนซิม ไม่ต้องเปลี่ยนซิม ติดตั้งง่ายด้วย QR ไม่ต้องเปลี่ยนซิม ต้องเปลี่ยนซิม
ที่มาของสัญญาณ พาร์ทเนอร์ชั้นนำของแต่ละประเทศ พาร์ทเนอร์ของแต่ละประเทศ เครือข่ายท้องถิ่น, เช่าสัญญาณแบบ MVNO
การเติมเน็ต ซื้อผ่านแอป myAIS ได้ ซื้อผ่านแอป myAIS ได้ ไม่สามารถซื้อแพ็กเกจเสริมได้
การรับ OTP รับ OTP ได้ รับ OTP ได้ ไม่สามารถรับ OTP ได้
การโทรศัพท์ ใช้ WiFi Calling ได้ โทรฟรี ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่เลือกซื้อ ส่วนใหญ่โทรไม่ได้
Call Center มี AIS Call Center ให้บริการ 24 ชม. มี Call Center ให้บริการแต่ละเครือข่าย ไม่มี Call Center

เลือกเน็ตไปต่างประเทศ ยิ่งไปทริปยาวหรือหลายประเทศต้องเลือกซิมที่เหมาะกับการใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น ไปจีนแล้วต้องเอาคอมไปทำงาน ก็สามารใช้เน็ตจาก eSIM แบบ AIS eSIM2Fly ได้ เพราะจับสัญญาณจากผู้ให้บริการชั้นนำของประเทศนั้น ๆ เช่น China Unicom หรือ China Telecom

 

หรือขณะที่นั่งชินคันเซ็นที่ญี่ปุ่น แล้ว ต้องเข้าประชุมผ่าน Teams หรือมีคนโทร Slack มาหา ก็จะไม่มีปัญหาเสียงกระตุก เน็ตหายตอนเข้าอุโมงค์ เสียงก็จะไม่กระตุก และไม่เด้งหลุด เพราะจับสัญญาณจากเครือข่ายชั้นนำอย่าง Softbank หรือ Docomo

อีกเหตุการณ์ที่เจอบ่อยก็คือต้องใช้แอปธนาคารโอนเงิน ซึ่งแอปธนาคารจะผูกกับเบอร์ไทย ถ้าใช้ eSIM และตั้งค่าถูกต้องก็สามารถใช้แอปธนาคารได้แม้อยู่ต่างประเทศ รวมถึงรับ OTP ได้ด้วย 

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกซื้ออินเทอร์เน็ตในต่างประเทศ

  • ความสะดวก: การสะดวกในการใช้หรือติดตั้ง ถ้าเป็น eSIM จะติดตั้งง่าย ไม่ต้องตั้งค่าเยอะ หมดห่วงเรื่องใช้ไม่เป็น 
  • ความเร็ว: ความเร็วควรเป็นระดับ 5G เพราะช่วยให้การใช้งานราบรื่น 
  • ความปลอดภัย: ควรเป็นเน็ตที่ให้บริการที่เครือข่ายเชื่อถือได้ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล โดย AIS eSIM2Fly จะตอบโจทย์นี้ เพราะเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายชั้นนำในประเทศไทย และมีพาร์ทเนอร์เป็นผู้ให้บริการชั้นนำทั่วโลก 

นอกจากนี้อาจจะมีจุดที่ต้องคำนึงถึง ในการใช้เน็ตแต่ละประเทศ เช่น ประเทศจีน หากต้องใช้ Facebook, Instagram, TikTok ก็ต้องควรมองหาซิมเน็ตที่เล่นแอปเหล่านี้ได้โดยไม่ต้อง VPN เพื่อความสะดวก

 

สรุป: เลือกซื้อเน็ตไปทริปเมืองนอก ต้องคำนึงถึง ความสะดวก ความเร็ว และความปลอดภัย ส่วนเลือกใช้ซิมแบบไหน ตัดสินใจได้จาก 4 จุดสำคัญ ได้แก่ จำนวนประเทศที่ไป, ต้องใช้ OTP หรือไม่, เน็ตที่ต้องใช้ต่อวัน และงบประมาณ ซึ่งทั้ง 3 ตัวเลือก ได้แก่ eSIM, ซิมท้องถิ่น, โรมมิ่ง ก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป

ทำไม AIS eSIM2Fly ถึงง่ายและสะดวกกว่า

  • ติดตั้งง่าย เพียงแค่สแกน QR และทำตามขั้นตอน
  • ไม่จำเป็นต้องแกะเครื่องเพื่อเปลี่ยนซิม
  • มีแพ็กเกจของแต่ละประเทศให้เลือกหลากหลาย เหมาะแก่การใช้งาน
  • เน็ตหมดก็สามารถซื้อเพิ่มได้
  • มี FUP ทำให้สามารถซื้อเน็ตผ่านแอป myAIS หรือใช้ WiFi Calling ได้แม้เน็ตหมด
  • รับ OTP และใช้แอปธนาคารได้
  • มี AIS Call Center ให้บริการ 24 ชั่วโมง

 

สรุป:  AIS eSIM2Fly รวม 7 ฟีเจอร์ ที่ซิมท้องถิ่นและโรมมิ่งทั่วไปไม่มี ตั้งแต่การติดตั้ง eSIM ที่ง่าย, ความเร็วเน็ต 5G, แพ็กเกจที่ยืดหยุ่น, มี FUP, รองรับ OTP, ใช้ WiFi Calling ได้ และ Call Center 24 ชม. ภาษาไทย

ถ้าอยากใช้เน็ต AIS eSIM2Fly ทำได้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน

1. ซื้อ eSIM แพ็กเกจที่ต้องการ จาก AIS Shop หรือ AIS Online Store

2. สแกน QR และติดตั้งตามขั้นตอน ทำได้ตั้งแต่อยู่ที่ไทย

3. ซิมพร้อมใข้งาน เมื่อถึงประเทศที่หมายก็พร้อมใช้เน็ตทันที

ตัวอย่างของแพ็กเกจ AIS eSIM2Fly

SIM2Fly Ultimate X: สำหรับใช้งานทั่วโลก พร้อมฟรีโทรออกรับสายและส่งข้อความ ราคา 3,590 บาท ใช้งานได้ 40 วัน เน็ต 5G เต็มสปีด จำนวน 75 GB

และสามารถซื้อแพ็กเกจเสริมได้ในราคาพิเศษผ่านแอป myAIS ได้ ซึ่งสะดวกมาก

ข้อมูล AIS eSIM2Fly ที่ควรรู้

  • AIS eSIM2Fly ใช้งานได้กว่า 180 ประเทศทั่วโลก ทั่วเอเชีย ยุโรป อเมริกา ฯลฯ
  • รองรับอินเทอร์เน็ตสูงสุด 5G เต็มสปีดสูงสุด 75GB
  • โทรกลับไทย รับสายไทย นาทีละ 6 บาท
  • Call Center อยู่ต่างประเทศก็โทรได้ โทร +662-078-9000 

 

AIS eSIM2Fly ใช้ง่าย สะดวก ไม่ต้องถอดซิมเข้าออก พร้อมอินเทอร์เน็ตเต็มสปีดสูงสุด 75GB และยังรองรับเครือข่ายต่างประเทศกว่า 180 ประเทศ

ซื้อ AIS eSIM2Fly ทางออนไลน์เลยวันนี้ บริการส่งฟรีถึงบ้าน