เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างของการใช้งานระหว่าง Cloud ทั่วไป สามารถดูได้จากลักษณะการเชื่อมต่อดังภาพด้านล่าง
จะเห็นได้ว่า เมื่อระบบ หรือ Application ใช้งานอยู่บน Public Cloud ทั่วไป การส่งข้อมูลนอกจากการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายที่ใช้งานแล้ว ยังต้องผ่านระบบต่างๆ ของเครือข่ายไปจนถึงการออกอินเทอร์เน็ต แล้วถึงจะสามารถส่งข้อมูลไปยัง Public Cloud ที่ใช้งานได้ ซึ่งจะส่งผลต่อความล่าช้า หรือ latency ที่เกิดขึ้น มีความล่าช้ามากกว่าการใช้งาน MEC การใช้งาน Cloud ทั่วไปจึงเหมาะกับระบบ หรือ Application ที่ใช้สำหรับการเก็บข้อมูล หรือ การประมวลผลที่ไม่จำเป็นการ response ต่อผู้ใช้งานแบบ real-time
ด้วยการวางสถาปัตยกรรมของการประมวลผลไว้ใกล้กับเครือข่าย หรือ network มากที่สุด ส่งผลให้ความล่าช้าของการรับ-ส่ง ข้อมูล (latency) นั้นเป็นเวลาสั้นมาก โดยเฉพาะเมื่อใช้งานร่วมกับเครือข่าย 5G จะส่งผลสามารถทำให้ latency ต่ำกว่า 20 ms ได้ การใช้งาน Telco Edge Computing นี้จึงเหมาะสมกับระบบ หรือ Application ที่ต้องการความหน่วงต่ำ การประมวลผลข้อมูลที่รวดเร็ว รวมไปถึงความต้องการ response ต่อผู้ใช้งานแบบ real-time ได้เป็นอย่างดี
การลงทุน (Investment) : การใช้งานแบบ On-Premise Server จะทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องลงทุนในเรื่องของ Hardware รวมไปถึง Software ด้วยตนเอง อีกทั้งยังจำเป็นต้องบริหารจัดการ และทำ Maintenance ด้วยตนเองอีกด้วย ในขณะที่ค่าบริการการใช้งาน Telco Edge Computing จะคล้ายคลึงกับการจ่ายค่าบริการใช้งานคลาวด์ และไม่จำเป็นต้องทำการ Maintenance ด้วยตนเอง
ความสามารถในการขยายขนาดของหน่วยประมวลผล (Scalability) : ถึงแม้ว่าการใช้งานแบบ On-Premise Server จะสามารถลด หรือ ขยายขนาดของการใช้งานตามความต้องการขององค์กรได้ก็จริง แต่ในกระบวนการทำงานจริงนั้นยุ่งยาก ซับซ้อน และใช้เวลา ในขณะที่ Telco Edge Computing ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูงในปรับขนาดของการใช้งานหน่วยประมวลผล ซึ่งสามารถกำหนด การเพิ่มหรือลดนี้ได้จาก Software Platform ช่วยให้สามารถปรับการใช้งานตามความต้องการใช้งานจริงได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว
ความปลอดภัย (Security) : การเก็บหรือประมวลผลข้อมูลไว้บน On-Premise Server หรือในพื้นที่ขององค์กรเอง ทำให้การดูแลข้อมูลนั้นมีความปลอดภัยระดับหนึ่ง ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์ขององค์กรนั้นๆ รวมไปถึงการทำ software update ของระบบที่ใช้ประมวลผลให้มีความทันสมัย ปลอดภัยต่อภัยทางไซเบอร์อยู่เสมอ ในขณะที่ระบบการประมวลผลแบบ Telco Edge Computing ก็มีความส่วนตัวสูงเช่นกันเนื่องจากอยู่ใกล้กับผู้ใช้งาน ซึ่งสามารถออกแบบการเชื่อมต่อให้มีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวของข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ Telco Edge Computing เองถูกออกแบบอยู่บนมาตรฐานความปลอดภัย และมีการทำ software update ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อยู่เสมอจากผู้ให้บริการ จึงสามารถไว้วางใจในเรื่องของความปลอดภัยข้อมูลได้เป็นอย่างดี
บริการ AIS Telco Edge Computing มาพร้อมหน้า Dashboard อัจฉริยะ ที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณควบคุมทุกอย่างได้ง่ายในที่เดียว ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะระบบ และบริหารจัดการ การใช้งานทรัพยากรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น vCPU, RAM, IP หรือ Firewall ได้ด้วยตนเองแบบเรียลไทม์ ช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมของระบบได้อย่างครบถ้วน พร้อมบริหารและควบคุม Telco Edge Computing ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านหน้า Dashboard ที่ใช้งานง่ายและตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
สามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญจาก AIS Business เพื่อให้คำปรึกษาและวางแผนพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล สำหรับรองรับการทำงานและต่อยอดธุรกิจได้ทันที
AIS Corporate Call Center